Review ข้อสอบ TU-GET ค่า
posted on 23 Dec 2007 15:33 by khunma in MIMเนื่องจากช่วงนี้เป็นเทศกาลสอบนะคะ คุณมะจึงมีข้อสอบมารีวิวกันได้ทุกอาทิตย์ แต่ก็หมดแล้วล่ะ เดี๋ยวก็จะไปอ่านนิยายแล้วล่ะค่ะ
ไหนๆก็สอบมาแล้ว รีวิวกันเสียหน่อย...
ข้อสอบ tu-get เป็นข้อสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษที่จัดโดยม.ธรรมศาสตร์ค่ะ แนวข้อสอบคล้ายข้อสอบเอนท์ ถ้าใครทำข้อสอบเอนท์ได้ก็น่าจะสบาย แนวข้อสอบ tu-get ไม่ได้ลึกลับเหมือนกับข้อสอบ MIM ค่ะแถมยังมีหนังสือให้อ่านมากมาย ถ้าเทียบกับข้อสอบ Toefl แล้วน่าจะง่ายกว่าเยอะเลย เพราะไม่มีฟังเขียน ถ้าเทียบกับ cu-tep ไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่เคยสอบ ( toefl ก็ไม่เคยสอบ...แป่ว )
วันนี้คุณมะสอบที่โรงเรียนวัดราชบพิธค่ะ ครั้งแรกที่เคยมา โรงเรียนโลโซมาก ...ล้อเล่นนะคะ ศิษย์ราชบพิธอย่าเพิ่งโกรธ คือไม่รู้จักโรงเรียนมาก่อนค่ะ คงเป็นโรงเรียนชายล้วนใช่มั้ย ห้องน้ำหญิงเลยไม่ค่อยมี จะเข้าที่ ต่อแถวกันเป็นสิบ เซ็งก็แค่นี้แล่ะค่ะ เพราะก่อนสอบจะตื่นเต้นและอยากเข้าห้องน้ำ เหอๆ
คนที่มาสอบวันนี้มีตั้งแต่เด็กม.ปลายไปจนถึงหน้าแก่ๆ (ไม่ได้เจาะจงว่าใครนะคะ)
ข้อสอบมี 100 ข้อ 1000 คะแนน ข้อละ 10 คะแนน ( ถ้า 100 ข้อ 100 คะแนนจะไม่ไฮโซ แลดูเด็กๆ เหมือนคะแนนสอบเอนท์ ถ้าคะแนนเยอะๆจะไฮโซ ดู mature เหมือน toefl, toeic ...คิดเองค่ะ)
ข้อสอบแยกเป็น 3 ส่วน เป็น gramma 25 ข้อ vocabulary 25 ข้อ reading 50 ข้อ
gramma จะเป็นข้อสอบแนวจับผิดค่ะ ถ้ารู้หลักก็ไม่ยากนะ ต้องดูให้ออกว่า ข้อนี้ต้องการทดสอบอะไร ควรจะดูตรงไหน ถ้าอ่านเยอะก็ไม่น่าจะพลาดค่ะ
ส่วนที่สองเป็นส่วน vocabulary หรือส่วนคำศัพท์ แบ่งออกเป็นอีกสองส่วน ให้เติมคำศัพท์ที่เหมาะสมลงใน passage และ ให้เลือกคำศัพท์ที่ใกล้เคียงกับโจทย์ที่ให้มามากที่สุด ส่วนนี้ศัพท์มักจะมาจากหนังสือพิมพ์นะคะ ถ้าใครเตรียมสอบอยู่ต้องเอาหนังสือพิมพ์มาอ่านเยอะๆ ท่องศัพท์ในหนังสือพิมพ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ศัพท์ที่ให้มา ไม่ได้มีแต่ศัพท์ประหลาดๆยาวๆนะคะ ศัพท์ประหลาดๆแต่สั้นๆ เป็น adj. adv. มีหมด สรุปแล้ว ต้องอ่านเยอะๆอย่างเดียวเท่านั้น
ส่วนสุดท้าย reading โอ้ว.. ส่วนนี้ยากสุดค่ะ (สำหรับคุณมะ) คือถ้าแบ่งเวลาไม่ดี ไปเสียเวลากับสองส่วนแรกมาก จะทำส่วนนี้ไม่ทัน ส่วนนี้มี 50 ข้อ ดูเหมือนควรจะให้เวลาในการทำเท่ากับสองส่วนแรก แต่อย่าลืมค่ะ ว่าเราต้องเสียเวลาในการอ่านโจทย์มาก และบางครั้ง อ่านครั้งเดียวไม่เข้าใจ ต้องอ่านซ้ำ อ่านซ้ำ เพราะฉะนั้น ควรให้เวลากับส่วนนี้เยอะๆหน่อยค่ะ วันนี้ตอนที่ทำ วางแผนไว้ว่า จะทำสองส่วนแรกใน 1 ชม. แต่ปรากฏว่าทำจริงแล้ว 40 นาทีเสร็จ โชคดีจริงๆค่ะ จึงมีเวลาอ่านแบบสบายๆ
บอกทริ๊กง่ายๆในการทำข้อสอบ reading นะคะ (ที่เหลือต้องฝึกเอง) เวลาเห็น passage แล้วต้องสงบจิตสงบใจก่อนค่ะ อย่าตื่นเต้นหรือหมดกำลังใจ แล้วก็ข้ามส่วนนั้นไปก่อนค่ะ ไปอ่านคำถามของแต่ละข้อก่อน โจทย์ข้อแรกมักจะถามหา main idea วลาทำให้ข้ามไปก่อนค่ะ และข้อต่อๆมาก็จะมีพวก คำศัพท์ ยกคำนามที่อยู่ใน passage นั้นๆมาให้อธิบาย ถ้าเจอข้อไหน ถามหาอะไรอย่างนี้ ให้หาตำแหน่งคำนั้นๆใน passage ก่อนค่ะ ทำเครื่องหมายเอาไว้เลย ข้อพวกนี้จะทำไปตอนอ่านได้
สรุปได้ว่า ในข้อสอบ reading จะมีโจทย์อยู่สองแบบ (ถ้ายากแบบใน reading ของ GMAT อาจมีถึงสามค่ะ แต่ไม่ขอพูดถึงนะ) คือโจทย์ที่ถามเฉพาะจุด อย่างคำศัพท์ โจทย์พวกนี้ไม่ยากมาก เพราะไม่ต้องตีความ หาตำแหน่งให้เจอ ดูบริบทแล้วก็ทำได้เลย กับโจทย์ประเภท main idea, infer ไม่รู้จะเรียกยังไงดีค่ะ แต่โจทย์พวกนี้ถ้าจะทำ ต้องอ่าน passage ทั้งหมดแล้วตีความ เลือกตอบได้โดยวิธีตัดข้อผิดออกไป
เรื่องทริ๊กคงได้แค่นี้แล่ะค่ะ ถ้าละเอียดกว่านี้ ก็ต้องไปเปิดโรงเรียนกวดวิชาแล้ว สำหรับคุณมะในวันนี้ ถือว่าพอใจมาก พอใจกว่าอาทิตย์ที่แล้วที่สอบข้อเขียน MIM มากๆค่ะ เพราะเป็นทางของคุณมะอยู่แล้ว (ตรงกับสาขาที่เรียนมา) แล้วช่วงหลังๆเพราะการงานบังคับให้อ่านหนังสือพิมพ์เยอะ เลยโชคดีไป ส่วนคะแนนจะออกมาอย่างไรก็ต้องรอดู อีกไม่นานเกินรอ ไม่กี่อาทิตย์ แล้วจะมาบอกนะคะว่าได้เท่าไร หวังว่าจะได้มากกว่าคราวที่แล้วนะ ไม่งั้นหน้าแตก..
หวังว่ารีวิววันนี้จะมีประโยชน์ต่อใครๆบ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ
edit @ 23 Dec 2007 19:54:06 by คุณมะ
edit @ 23 Dec 2007 21:41:43 by คุณมะ
edit @ 24 Dec 2007 20:41:25 by คุณมะ
edit @ 27 Dec 2007 18:28:33 by คุณมะ