MIM Interview Review

posted on 13 Feb 2008 20:37 by khunma in MIM

 

ก็อย่างที่เคยๆเขียนไปแล้วนะคะ ว่าคุณมะกำลังสอบเรียนต่อโท บัดนี้ผลประกาศออกมาแล้วจ้า... วันนี้ก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์การสัมภาษณ์อันน่าประทับใจ (...) เผื่อว่าจะเป็นผลประโยชน์แก่ใครสักคนในอนาคต

เริ่มกันด้วยอะไรดีคะ...

เอาเป็นการเตรียมตัวแล้วกันเนอะ

คุณมะก็หาข้อมูลเลยค่ะ จริงๆก็หามานานแล้ว แต่คราวนี้ก็หาแบบฮาร์ดคอร์ขึ้น คุยกับคนโน้นคนนี้ เสิร์ช เสิร์ช เสิร์ช ...พอดีได้ไปเจอบล็อกแก๊งของคนนึงที่เค้าสอบเข้า MIM ได้ (ขี้เกียจเอาลิงค์มา...ถ้าใครอยากอ่านอันนั้น ก็ลองเสิร์ชเอาในบล็อกพันทิพย์ได้นะคะ) เค้าก็แนะนำมาว่า ให้เตรียมตัวให้ดี แต่งตัวให้เรียบร้อย อะไรประมาณนั้น

ส่วนคุณมะเองก็รวบรวมคำถามที่เคยได้ยินว่าเค้าถามในการสัมภาษณ์ ก่อนอื่นก็สรุปมาก่อนเลยว่าน่าจะโดนอะไรบ้าง คำถามพื้นๆก็อย่างเช่น ให้แนะนำตัว, ทำงานอะไรลักษณะงานเป็นอย่างไร, ที่นี่ต้องเรียนหนักมาก จะเรียนไหวไหม  ที่สำคัญคือได้ยินมาว่า ที่นี่สัมภาษณ์โหดมากค่ะ ตอนที่ไป open house ปีก่อนโน้นรุ่นพี่เค้าก็แนะนำว่า เรามีคุณสมบัติอะไรให้พยายามบอกเค้าให้หมด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราสนใจการตลาดมากก็บอกเค้าไปว่า ทำไมสนใจแล้วหลังจากนั้นเราพยายามทำอะไรบ้าง

และนี่คือสิ่งที่คุณมะทำค่ะ 

คิดเรื่องแนะนำตัว ลองเขียนลงกระดาษดู เรียบเรียงความคิด เรียงลำดับ พูดเรื่องเรียน เรื่องทำงาน อะไรที่เอามาพูดแล้วดูดี (แต่ต้องเป็นความจริงนะคะ) ก็เอามาพูด แต่สรุปว่า ถึงตอนสัมภาษณ์จริงๆ เค้าไม่ได้ให้แนะนำตัวอ่ะค่ะ

แล้วคำถามบังคับก็คือ จะมาเรียนทันรึเปล่า อันนี้เราก็คิดไว้นานแล้ว ทั้งตัวงานและสถานที่ทำงานเราอำนวยสุดๆ อธิบายเค้าไปเลย ว่าทำงานกี่โมงถึงกี่โมง นั่งรถไฟฟ้าจากช่องนนทรีแล้วไปต่อเรือ เบ็ดเสร็จไม่เกิน 40 นาที ทันชัวร์ๆ

อืม... แล้วก็ คุณมะคิดว่าต้องโดนแน่ๆ คือเรื่องประสบการณ์ค่ะ เพราะว่าเพิ่งทำงานมาได้ไม่ถึงปี โปรแกรมนี้เค้าก็ไม่ได้บังคับประสบการณ์นะ แต่ว่าถ้ามีก็จะดี เราก็ต้องคิดว่า เรามีอะไรมาทดแทนประสบการณ์ที่เราขาดไป ส่วนของคุณมะนี่คิดมานานแล้วค่ะ ว่าจะเอาเรื่องความตั้งใจมาสู้ เพราะว่าอยากเรียนมาตั้งแต่ปี 2 บัดนี้ก็สี่ปีแล้วยังไม่เปลี่ยนใจ

แล้วอีกข้อหนึ่งที่คิดว่าน่าจะโดน คือเห็นมาจากรุ่นพี่คนอื่นๆ และคนที่เคยสัมภาษณ์นะคะ เค้าว่ากันว่า กก.เค้าจะบอกเราว่าเราทำคะแนนข้อเขียนส่วนไหนเป็นยังไง มีคนที่โดนบอกว่า คุณทำคะแนนพาร์ทจีแมทได้ต่ำกว่ามาตรฐาน แล้วคุณจะเรียนสถิติไหวเหรอ คุณมะเองก็เกลียดเลขพอสมควรค่ะ คิดว่าคะแนนพาร์ทนี้คงจะไม่ดีเหมือนกัน ก็คิดคำตอบไว้แล้ว เด็ดด้วย (คิดเองนะ) ขอโชว์หน่อย คิดว่าจะตอบว่า   "I believe in intention and hard working. You're asking me if the statistics would be my problem, of course it would be. But with my intention, hard working would not."  คมพอป่ะคะ (ไม่ค่อยโชว์พาวเลย) แต่ปรากฏว่าไม่โดนถามข้อนี้ค่ะ เพราะเค้าบอกว่า your GMAT is about average คืออยู่กลางๆ พอไปวัดได้

ตอนนี้จำไม่ค่อยได้แล้วว่าโดนถามอะไรไปบ้างน่ะนะคะ เรียงลำดับไม่ถูกแล้ว แต่ขอเล่าที่เด็ดๆแล้วกัน

อย่างที่บอกว่าได้เตรียมเรื่องประสบการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องโดนแทง แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เค้าบอกว่า "มีคนสมัครตั้ง 200 กว่าคนที่มีคุณสมบัติดีกว่าคุณ" แล้วทำไมเราถึงจะต้องเลือกคุณ บอกตามตรงว่าข้อนี้คิดมาแล้วค่ะ ก็เลยตอบไปว่า  "There are two things that people need to succeed anything, those are intention and passion. And I think I have them both."  

แล้วเค้าก็ถามต่อเหมือนกันนะคะ ประมาณว่าคุณจะพิสูจน์ได้มั้ยว่าคุณจะเรียนได้ อะไรอย่างนี้ เราก็ตอบไปอย่างมั่นใจ คือคำถามมันบังคับ ตอบไปว่า ได้ เค้าก็ถามกลับสิคะว่ายังไง ตอนนั้นก็คิดไรไม่ออก เลยตอบกวนๆเค้าไปว่า "Well, if you accept me, I positively think that i'll be able to proove it to you" แต่ดูเหมือนเค้าจะชอบใจ เพราะเค้าหัวเราะแล้วตอบกลับมาว่า "Fair enough."

อ่อ แล้วก็ที่โดนอีก อันนี้ก็เคยได้ยินมาแล้วเหมือนกันค่ะ เค้าจะถามว่า "คุณจะเอาสิ่งที่จะได้เรียนจาก MIM ไปใช้ในการทำงานยังไง" ...คำถามอย่างนี้ คุณมะไม่พลาดหรอกค่ะ เตรียมมาแล้วอีกเหมือนกัน ..แต่เนื่องจากว่าคุณมะเพิ่งจะทำงานที่แรก งานที่ทำก็ไม่ได้เกี่ยวกับการตลาดสักเท่าไร วันๆเอาแต่อ่านนสพ. ก็เลยตอบเค้าไปว่า จริงๆแล้วเนี่ย เราไม่ได้มาเรียนเพื่อไปทำงานนะ แต่เราหางานโดยยึดหลักการที่ว่า งานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการสอบเข้า MIM (เพราะได้เกริ่นกับเค้าก่อนหน้านั้นแล้วว่าเราอยากเรียนการตลาดมาตั้งแต่ปี 2) เค้าก็ถามกลับค่ะ ว่าแล้วมันเป็นประโยชน์ยังไงหรอ เราก็ตอบไปว่า ก็งานเรามันทำงานให้ต้องอ่านนสพ. อัพเดทข่าว สถานการณ์เศรษฐกิจทุกวัน ซึ่งมันก็ดีกับการเตรียมสอบ (เพราะข้อสอบมีเขียนเอสเสเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ) แล้วด้วยว่าบ.เราเป็นบ.พีอาร์ มันก็ทำให้เราได้เห็นภาพกว้างๆของมีเดียไทย ทำให้เราเห็นว่า พีอาร์ซึ่งเป็นเครื่องมือการสื่อสารทางการตลาดตัวหนึ่งเนี่ยมันมีบทบาทต่อการตลาดยังไง

แล้วก็โดนตอกกลับค่ะ ว่าถ้าคุณจะใช้เวลาอีกสักหนึ่งปีหาประสบการณ์ เรียนรู้มีเดียไทยให้มากขึ้น แล้วปีหน้ากลับมาคุณจะเป็นคนที่มีคุณสมบัติดีมากเลยนะ ...อึ้งมั้ยคะ... แต่คุณมะก็เตรียมใจกับอะไรอย่างนี้มาแล้วล่ะค่ะ ก็พยายามเถียงเค้าว่าแบบ คนเรามันใช้เวลาในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน เราหาประสบการณ์ได้จากทุกอย่างไรงี้ แต่สุดทายก็บอกเค้าว่า "Well, you're right" แล้วก็มองตาเค้าอย่างแน่วแน่พร้อมกับบอกไปว่า "Still, I'm asking for this opportunity" นั่นแล่ะนะคะ แล้วเค้าก็จบการสัมภาษณ์ว่า มีอะไรจะถามอีกมั้ย อันนี้คุณมะไม่ได้ถามอะไรเพราะเคยได้ยินมาว่าคนที่ถามมักจะโดนแทงใจดำ กดดันอีกรอบก่อนกลับ เลยขอเงียบๆดีกว่า

คำถามนี้ก็ฮิตค่ะ เค้าจะถามว่า เราสนใจธุรกิจประเภทไหน คุณมะเองก็โดน แต่ตัวเองไม่เคยคิด ก็ตอบเค้าไปนั่นแล่ะ ว่าตอนนี้ยังไม่ได้คิด เพราะคิดว่ามันขึ้นอยู่กับโอกาสในอนาคต โดนตอกอีกเช่นเคยว่า คุณจะรอโอกาสหรือ ไม่ใช่ว่าจะต้องหาโอกาสหรือ คุณมะก็แก้เกี้ยวไปว่า มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะคว้าโอกาสนั้นได้ยังไง แล้วจะเอามาปรับใช้กับตัวเองยังไง

จริงๆแล้วที่เค้าถามก็มีมากกว่านี้นะคะ แต่จำรายละเอียดได้แค่นี้

TIPS ;สำหรับคนที่อาจจะได้ไปสัมภาษณ์ในอนาคต

การสัมภาษณ์ก็เหมือนการขายตัวเองนั่นแล่ะค่ะ ต้องรู้จักทำการตลาดให้ตัวเอง ที่แน่นอนที่สุดต้องมีความตั้งใจมากๆ ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ข้อเขียนเลย แต่ตอนนี้เราไม่พูดถึงก็แล้วกัน เอาแค่ตอนสัมภาษณ์เนี่ย ต้องคิดไว้ก่อนว่าเรามีจุดเด่น จุดด้อยอะไร

อย่างเช่น คุณมะมีจุดด้อยเรื่องประสบการณ์ คุณมะก็เลยเอาจุดเด่นเรื่องความตั้งใจและความชื่นชอบอยากเรียนมาทดแทน แล้วก็ต้องเน้นย้ำตรงนั้นเยอะๆ ตั้งแต่ตอนเขียนใบสมัครเลยค่ะ แล้วตอนสัมภาษณ์ก็ต้องไปทิศทางเดียวกัน เหมือนเป็นการตอกย้ำแบรนด์

แล้วรายละเอียดอะไรเล็กน้อยที่คิดว่ามีประโยชน์อย่างเช่นว่า เรามีความประทับใจอะไรกับเรื่องการตลาด หรือตอนทำงานเรามีโอกาสได้แสดงฝีมืออะไรยังไง ก็พยายามหาช่องแทรกเข้าไป ถ้าเค้าไม่ถามให้เราตอบ เราก็ตอบจากคำถามอื่นแล้วโยงมาเข้าเรื่องนี้ให้ได้

ยกตัวอย่างเช่น คุณมะโดนถามว่า "ทำไมถึงเลือกเรียนจีน" ก็ตอบไปว่า "เพราะตอนนั้นคิดว่ามันจะมีประโยชน์" แล้วเค้าก็ถามว่า "แล้วตอนนี้ยังคิดอยู่มั้ย" คุณมะก็ตอบว่า "คิด แต่เสียดายที่ตอนนั้นไม่ตั้งใจเรียน เพราะไม่ชอบ แต่ตอนนั้นก็ไม่ยอมย้ายเอกเพราะคิดว่า ถ้าเรายอมแพ้มันก็จะกลายเป็นนิสัย ก็เลยพยายามเรียนต่อจนผ่านมาได้" อย่างนี้เป็นต้น

ลืมบอกไปว่า ตอนสัมภาษณ์จะมีกก.ช่วยกันกดดัน 3 คน ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งหนึ่ง ไทยสอง มีห้องสัมภาษณ์สองห้อง

ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ เวลาตอบคำถามต้องมั่นใจค่ะ อะไรที่ท่องๆหรือเตรียมๆมา ก่อนเข้าห้องสอบไม่ต้องคิดแล้ว คือตอนเตรียมเนี่ย ทำให้ฝังไปในหัวเลย แล้วก่อนเข้าห้องก็คุยกับคนอื่นๆ ทำใจสบายๆ พอถึงเวลาให้เข้าไปอย่างมั่นใจ ส่งยิ้มให้กก.บ้าง เวลาตอบก็ให้มองตาเค้าอย่างมั่นใจด้วยค่ะ อย่าหลบตา แล้วก็มองให้ทั่วถึงด้วยนะคะ

สำหรับคนที่กำลังจะไปสัมภาษณ์ หรือวางแผนว่าจะเข้าไปสัมภาษณ์ให้ได้ ก็ขอให้โชคดีนะคะ ถ้ามีความตั้งใจ มีความจริงใจและเตรียมตัวมาดี ไม่พลาดแน่ค่ะ 

edit @ 15 Feb 2008 23:04:57 by คุณมะ

edit @ 15 Feb 2008 23:27:30 by คุณมะ

edit @ 15 Feb 2008 23:28:55 by คุณมะ

edit @ 15 Feb 2008 23:29:29 by คุณมะ

edit @ 16 Feb 2008 15:27:31 by คุณมะ

Comment

Comment:

Tweet

I have been visiting various blogs for my term papers assignment research. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information... Regards

#11 By term papers help (182.178.0.2) on 2010-10-04 13:38

ขอบคุณมากๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้รุ่นน้อง ได้เยอะแยะเลยค่ะ

#10 By ploy (203.131.220.220) on 2010-02-06 16:43

Your piece helps me undersatinding an idea of the examination both written and interview a lot. Thx you so much and wish me luck.double wink

#9 By Tiva (202.176.111.65) on 2009-07-14 18:03

ได้เข้ามาอ่านแล้วนะคะคุณมะเป็นประโยชน์มากๆขอบคุณมากคะกำลังจะสอบเข้าMIMพอดีหวังว่าคงได้เจอกันนะคะ^_^

#8 By JJ (125.25.96.164) on 2008-10-15 15:30

คนที่มาโพสต์ถามไว้จะได้กลับเข้ามาอ่านมั้ยหนอ

เอาเป็นว่าจะขอตอบนะตรงนี้แล้วกันนะคะ ขอให้ได้กลับมาอ่านเต๊อะ..
เรื่อง GMAT คุณมะเรียนที่ kendal ที่สยามค่ะ ดีมั้ย ก็กลางๆค่ะ แต่ก็ให้ไกด์ไลน์และ trick ในการทำข้อสอบมาให้เราอ่านเองได้ง่ายขึ้น ส่วนนี้ขอให้เตรียมตัวให้เต็มที่ ทำข้อสอบเยอะๆค่ะ ไม่ต้องกังวล

ส่วน TU-Get ไม่มีคะแนนขั้นต่ำค่ะ เพราะฉะนั้นก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าต้องเท่าไร ถ้าคุณได้พาร์ทอื่นดี แต่ทียูไม่ดีมาก เค้าก็อาจจะเรียกคุณมาสัมภาษณ์ได้ค่ะ

ส่วนคะแนนสอบข้อเขียนไม่มีการประกาศก่อนค่ะ ก็คือประกาศเลยว่าคุณจะได้เข้ารอบสัมภาษณ์หรือไม่ ลุ้นสุดๆค่ะ

#7 By คุณมะ on 2008-10-07 21:53

รบกวนถามนิดนึงค่ะว่าจะเข้าMIM ควรได้คะแนน TU-GET เท่าไหร่ค่ะแล้วตอนสอบG-mathกับข้อเขียนเค้าประกาศผลก่อนวันสัมภาษณ์รึป่าวค่ะ

#6 By JJ (125.25.115.238) on 2008-08-26 11:35

อยากคุยกับคุณมะแล้วสิ ว่าตอนเตรียมตัวสอบ GMAT เป็นไงบ้างคือเราไม่กังวลอะไรเท่าอันนี้เลยอยากรู้ว่ามีสอนที่ไหนที่ดีและใกล้เคียงกับข้อสอบบ้างคะ
พอจะคุย msn ได้มั้ย ของเรานะ mookyrouth@hotmail.com รบกวนหน่อยนะเราอยากเรียนที่นี่ที่เดียวเลย

#5 By มุุก (118.174.218.132) on 2008-05-17 22:42

Congratulation na krub!

This is the best Graduate Program in Thailand.

Thanks for sharing your experiences.

#4 By your bro's friend (192.165.213.18) on 2008-03-06 15:06

ฟังดูหนุกหนานดีนะ จะเรียนการตลาดนี่ก็ต้องเจอไรอย่างงี้ล่ะธรรมดา ขายมันตั้งกะวันแรกเข้านั่นล่ะ ยังไงก็ตามยินดีด้วยเด้อคุณน้อง ขอฝากประโยคสั้นๆๆหนึ่งประโยคจำไว้ให้ดีนะจ๊ะแล้วก็ทำให้ได้

"โอกาสชุบตัวมาถึงแล้วนะ ทำให้ดีที่สุดรอบนี้ ทุกอย่างยังเปลี่ยนแปลงได้ จัดการเสีย"confused smile

#3 By (210.230.174.168) on 2008-02-18 21:01

เอ่อ ยากว่ะแก เก่งมากๆเลยที่เข้าได้
ตอนนี้ชั้นยังไม่ได้เริ่มอารายเล้ยยย แค่อ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจบ้าง *-*

#2 By fon (203.144.240.229) on 2008-02-18 15:41

อืมม ก็เล่นใช้หลักการตลาดเยอะตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์แบบนี้ ไม่ได้ก็แย่แล้วเนอะ ... ^^

Congratulation, hope you will have a lot of fun in this program na kub.

#1 By Tenjitsu (128.125.208.82) on 2008-02-16 15:39