MBA or "MIM"???
posted on 05 Oct 2008 20:33 by khunma
ค่ะ...หัวข้อของวันนี้คือ จะ MBA หรือ MIM ที่มาเขียนเรื่องนี้ก็เพราะว่า วันนี้ได้ไป Open House ของ MIM มา ปีนี้มาในฐานะนักเรียนปัจจุบันความรู้สึกแตกต่างจากตอนที่ไปในฐานะ prospective เยอะทีเดียว (อุ๊ย..ออกนอกเรื่องซะแล้ว เด๋วค่อยกลับมาต่อเรื่องความรู้สึกก็แล้วกันนะคะ)
แล้วคำถามนี้(ที่เป็นหัวเรื่อง)ก็ถูกพูดในงานนี้เช่นเดียวกัน และคำถามนี้ถูกตอบด้วย alumni ผู้รุ่งโรจน์ในชีวิตการงานหลายคน แต่จำได้แค่คนเดียวค่ะ เหอๆ รุ่นพี่คนนี้มีโอกาสได้คัดเลือกคนเข้าทำงานกับบ.ใหญ่ๆมาหลายครั้ง ต้องขอเล่านิดนึงนะคะ ปัจจุบันพี่เค้าทำงานกับซัมซุง ก่อนหน้านี้รุ่นพี่คนนี้เคยทำงานกับคิมเบอร์ลี่คลาร์ค และในระหว่างที่เรียน MIM อยู่ได้เลื่อนขั้นสามครั้ง..... .... ....สุดยอด..ดดดดด!!! (ในขณะที่คุณมะลาออกใน 6 เดือนแรกของการเรียนค่ะ...) เอาล่ะ กลับมาที่เรื่องของเราต่อดีกว่า รุ่นพี่ท่านนี้ก็บอกว่า วันๆนึงมีเรซูเม่เข้ามาที่ซัมซุงเป็นร้อยๆ ต่อวันนะคะ และเกือบทั้งหมดก็มีดีกรี MBA ประทับตราอยู่ในเรซูเม่ แต่เมื่อเห็นเรซูเม่แผ่นไหนมี MIM เค้าก็จะคัดออกมาแยกไว้ นี่แล่ะค่ะ ว่าทำไมถึง MIM ก็เพราะคนที่จบ MBA มันเยอะมากน่ะสิคะ ตอนนั้นได้อ่านแมกกาซีน A Day Bulletin เค้าบอกตัวเลขของคนที่มีดีกรี MBA ทั่วโลก แน่นอนว่าเยอะมากๆค่ะ แต่จำไม่ได้แล้ว เลยไปหาตัวเลขมาดังนี้ค่ะ
จำนวนบัณฑิตที่จบ MBA ในอเมริกาแต่ละปี ในปี 2004-2005 คือ 142,000 คน และนั่นคือในประเทศเดียวเมื่อ 3 ปีที่แล้ว growth ของเด็กจบ MBA ก็ยังมีสูงขึ้นทุกๆปีค่ะ ในเมืองไทยเองก็เช่นกัน growth ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เห็นแล่ะค่ะ MBA ในวงการธุรกิจก็เกือบจะเหมือนป.ตรีแล้ว
แน่นอนว่าหน้าที่ของคนที่จบบริหารและการตลาดนั้นไม่เหมือนกัน จุดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่ละโปรแกรมก็มีข้อดีและมีคุณภาพไม่เหมือนกัน ที่พูดถึงตัวเลขนี้ก็ไม่ได้จะหาว่าการเรียนบริหารไม่ดีนะคะ เพียงแต่ว่า หากคุณจบ MBA คุณจะมีคู่แข่งมากมาย
ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะ การเรียนบริหารและการตลาดย่อมไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน คนที่เรียนบริหารจะได้เรียนรู้ทุกแขนงของธุรกิจ...อย่างละนิด แต่จุดประสงค์ของการเรียนบริหารก็คือการเข้าใจกระบวนการของการทำธุรกิจค่ะ ส่วนการตลาด ก็อย่างที่ทุกคนเข้าใจแล่ะค่ะ คุณจะได้เรียนทุกแง่มุมของการตลาด และได้ส่วนอื่นของธุรกิจ เช่นไฟแนนซ์ บัญชี เป็นของแถม แต่คุณมะเชื่ออย่างแรงกล้าค่ะว่า คนที่เรียนการตลาดจะเรียนรู้หน้าที่ของการบริหารได้ดีกว่าคนที่จบบริหารเรียนรู้หน้าที่ของการตลาด
เพราะธุรกิจทุกวันนี้มีการแข่งขันกันสูงค่ะ ไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศ แค่ระบบองค์กรที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอสำหรับการทำธุรกิจแล้วค่ะ สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ก็คือ "ตลาด"หรือ"ผู้บริโภค" เพราะธุรกิจจะอยู่หรือจะไปก็ขึ้นอยู่กับสองคำนี้แล่ะค่ะ จุดประสงค์ของการตลาดจึงเป็นเพื่อความเข้าใจผู้บริโภคให้มากที่สุด การผลิตผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตรงกับความต้องการของตลาดมากที่สุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
หากบริษัทหรือองค์กรของคุณผลิตสิ่งที่ตรงกับความต้องการของตลาดมากที่สุด ก็เป็นไปได้สูงค่ะ ที่องค์กรของคุณจะเจริญเติบโตยิ่งขึ้น
การเข้าใจตลาดต้องใช้หลายอย่างค่ะ ไม่ใช่แค่ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจ เพราะมันคือทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องใช้จิตวิทยาในการเข้าใจคน ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้หลักฐานตัวเลขเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ บางครั้งต้องใช้จินตนาการบวกกับประสบการณ์และจิตวิทยาเพื่อตัดสินใจจากข้อมูลตัวเลข ต้องใช้มนุษย์สัมพันธ์และความสามารถในการประสานงานเพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ต้องใช้ความสามารถในการโน้มน้าวและการนำเสนอเพื่อเกลี้ยกล่อมให้หน่วยงานเช่น Finance หรือ Manufacture ให้เอากับเรา
คุณมะเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอธิบายคำว่าการตลาดได้ดีพอหรือไม่ แต่ก็หวังว่าใครที่ได้มาอ่านจะเข้าใจความแตกต่างของการบริหารและการตลาดมากขึ้นนะคะ วันที่คุณมะเรียนจบเมื่อไรคงจะอธิบายได้ดีกว่านี้คะ... แล้วคุณมะจะกลับมา
อยากจะเขียนต่อว่าแล้วทำไมต้อง MIM@Thammasat แต่กลัวจะยาวเกินไป ไว้ไปต่อเอนทรี่ต่อไปนะคะ